1. ไม่ควรถอดหรือเสียบปลั๊กตู้เย็นในเวลาสั้นๆ เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้คอมเพรสเซอร์เสียบหายได้ เช่น คอมป์น็อค ลูกสูบติด
2. อย่าราดน้ำลงบนตู้เย็นทั้งภายในและภายนอก เพราะจะทำให้เกิดสนิมและไฟฟ้าอาจรั่วได้
3. ห้ามใช้เบนซินหรือทินเนอร์เช็คทำความสะอาดตู้เย็น เพราะจะทำให้สีที่เคลือบลอกออก ควรใช้ผ้าชุบน้ำสบู่ทำความสะอาดภายในและภายนอก
4. ควรปิดประตูตู้เย็นให้สนิทและไม่เปิดหรือปิดตู้เย็นบ่อยๆซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานของตู้เย็น และยังเป็นการประหยัดพลังงานไฟฟ้า
5. ควรเก็บอาหารหรือแช่ของในตู้เย็นให้มีช่องว่างสำหรับถ่ายเทความเย็นอย่างสม่ำเสมอ อย่าวางสิ่งของกีดขวางช่องระบายลมเย็น เพราะจะทำให้ความเย็นลงมาน้อย
6. ไม่ควรแช่อาหารหรือสิ่งของที่มีความร้อนในตู้เย็น เพราะอาจทำให้สิ่งของที่อยู่รอบข้างเสียหายได้ และเป็นการเพิ่มภาระงานให้แก่คอมเพรสเซอร์ของตู้เย็น และถ้าต้องการทำน้ำแข็งให้เทน้ำใส่ถาดทำน้ำแข็ง ระวังอย่าให้ล้น แล้วใส่ถาดทำน้ำแข็งเข้าไปในช่องทำน้ำแข็ง เมื่อต้องการใช้น้ำแข็งให้บิดถาดน้ำแข็ง ไม่ควรหักหรืองอที่ใส่น้ำแข็ง เพราะจะทำให้ถาดทำน้ำแข็งเสียหายได้
7. ยางแม่เหล็ก (GASKET) ควรทำความสะอาดบ่อยๆโดยใช้แปรงอ่อนๆจุ่มน้ำสบู่ถูเบาๆแล้วใช้ชุปน้ำหมาดๆเช็ดให้แห้ง ในกรณีที่ยางประตูที่ใช้งานมานานและยางประตูแข็ง จะต้องเปลี่ยนอันใหม่ เนื่องจากยางปรตูที่แข็งจะไม่ค่อยดูดกับตัวตู้ จึงทำให้ความเย็นออกมานอกตู้เย็น ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก และต้องเสียค่าไฟฟ้ามากกว่าปกติ
8. ถาดรองน้ำทิ้งหลังตู้ หากปล่อยให้น้ำแข็งเกาะหนาเกินไป เมื่อกดละลายจะทำให้มีน้ำไหลลงถาดรองน้ำทิ้งมากเกินไปที่จะรองรับและระเหยอัตโนมัติได้จึงจำเป็นที่ผู้ใช้ต้องถ่ายเทน้ำจากถาดรองรับทิ้งด้วย
9. การละลายน้ำแข็ง ควรละลายน้ำแข็งเมื่อมีน้ำแข็งจับที่ผิวของช่องแช่แข็งหนาปิดปุ่มพลาสติกสีแดง เมื่อกดปุ่มละลายระบบทำความเย็นจะหยุดทำงาน เมื่อน้ำแข็งละลายหมด ให้ถอดถาดรองน้ำทิ้งออกไปเททิ้งและทำความสะอาดจากนั้นประกอบเข้าที่เดิมให้สนิท